การทำ Survey Control ในงานสแกนสามมิติ

ทำไมต้องทำ Survey Control ในงานสแกนสามมิติ สแกนเนอร์ถูกต้องแม่นยำไม่พอหรือ?

ก่อนจะไปหาคำตอบว่า การทำ Survey Control ในงานสแกนสามมิติคืออะไร ขออนุญาตเกริ่นคร่าว ๆ เกี่ยวกับ Concept ของการทำ Survey Control กันก่อน
Survey Control คือ การรังวัดค่าพิกัดของเป้าอ้างอิง (Reference Target) ที่ใช้สำหรับการต่อข้อมูลสแกน (Registration) โดยมีค่าพิกัดทั้งทางราบและทางดิ่ง เพื่อใช้ควบคุมค่าความคลาดเคลื่อนสะสมที่เกิดขึ้นจากระบวนการ Registration ทำให้ข้อมูลสแกนที่ Register ด้วยจุด Survey Control จะมีความถูกต้องสูง และมีค่าพิกัดเดียวกันกับหมุดอ้างอิงของโครงการ

หลักการณ์ทำงานทั่วไปของการเก็บข้อมูลด้วย เลเซอร์สแกนเนอร์

หลักการทำงานทั่วไปของการเก็บข้อมูลสแกน คือการติดตั้ง Target และเริ่มสแกนตามตำแหน่งที่วางแผนไว้ จากนั้นนำข้อมูลแต่ละตั้งสแกนมาต่อกัน ซึ่งจะพบว่าข้อมูลมีความคลาดเคลื่อนสะสมเพิ่มขึ้น ตามจำนวนจุดตั้งสแกนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ข้อมูลสแกนเกิดการเหลื่อมกัน ไม่สามารถนำไปใช้งานได้ในงานบางประเภทที่ต้องการความถูกต้องสูง

การทำ Survey Control ในงานสแกนสามมิติ

เนื่องจากการสแกนเก็บข้อมูลในพื้นที่ขนาดใหญ่ เมื่อนำข้อมูลมา Registration จะมีความคลาดเคลื่อนในการต่อข้อมูลสแกนแต่ละจุดสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งจำนวนจุดตั้งสแกนเยอะ ค่าความคลาดเคลื่อนสะสมจากการ Register ก็จะเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการทำจุดควบคุม (Survey Control) เพื่อช่วยลดค่าความคลาดเคลื่อนสะสม

ดังนั้นจำเป็นต้องการลดความคลาดเคลื่อน โดยการรังวัดค่าพิกัดเป้าอ้างอิง โดยใช้กล้องสำรวจ โยงค่าพิกัดจากหมุดของโครงการ หรือหมุดลอย แล้วยิงค่าพิกัดตรงจุดกึ่งกลางเป้าพร้อมกับตั้งชื่อตามหมายเลขเป้า ซึ่งต้องมีเป้าอย่างน้อย 3 เป้า ต่อ 1 กลุ่มจึงจะสามารถนำมาประมวลผล (Georeferencing) เพื่อคำนวณหาค่าพิกัดและทิศของจุดตั้งสแกนโดยตรง

Building Maintenance

การที่เรามีข้อมูล Digital Building ในองค์กรจะเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้งานดูแลตึกของคุณง่ายและสะดวกมากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายในการดูแลอาคารสิ่งปลูกสร้างเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในระยะยาว การดูแลอย่างครบวงจรด้วยข้อมูลดิจิตอลจึงเริ่มเป็นมาตรฐานของงาน BIM สำหรับงานก่อสร้างในปัจจุบัน รวมถึง ยังช่วยในการดูแลในการต่อเติม หรือบูรณะอาคาร เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเกิดความเสียหายกับโครงสร้างจากภัยพิบัต หรือ อุบัติเหตุต่าง ๆ เมื่อใด แต่เราแน่ใจได้เลยว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เราสามารถนำข้อมูล Digital ของอาคารและระบบต่างๆของอาคาร มาเป็นข้อมูลในการอ้างอิงเพื่อสามารถทำการปรับปรุงพื้นที่ให้มีความเหมือนและใกล้เคียงกับแบบดั้งเดิมมากที่สุด หรือมองอีกด้าน คือสามารถทำการออกแบบสิ่งปลูกสร้างหรือโครงสร้างใหม่บนแบบเดิมที่มีการเก็บข้อมูลแบบ Digital ไว้ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ

นอกจากนี้ การติดตั้งเครื่องมือใหม่ หรืออุปกรณ์ชิ้นส่วนบางอย่าง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ข้อมูลพื้นที่ที่แม่นยำในการติดตั้งหรือนำเครื่องมือเข้าไปในสถานที่ปฏิบัติงาน ดังนั้นข้อมูล Digital ที่มีจะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการลดความผิดพลาดหน้างาน ( Reworks) เป็นต้น

แน่นอนว่า การลงทุนกับข้อมูล Digital Building จะส่งผลต่อค่าการดูแลอาคารในระยะยาวให้มีค่าใช่จ่ายและความเสียหายลดลงมากกว่าระบบเดิม